ไขสาเหตุ ทำไมฉากหลังในอนิเมะบางเรื่องถึงได้เหมือนกันเปี๊ยบ!?

นับว่าเป็นสิ่งที่แฟน ๆ อนิเมะต่างก็งงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อมีแฟนอนิเมะได้ค้นพบว่าฉากหลังของอนิเมะแนว Isekai (ต่างโลก) อย่าง ‘KonoSuba (ขอให้โชคดีมีชัยฯ)’, ‘Wise Man’s Grandchild (หลานจอมปราชญ์)’ และ ‘The Rising of the Shield Hero (ผู้กล้าโล่ผงาด)’ นั้นทำไมถึงได้เหมือนกันเป๊ะอย่างกับก๊อปวาง

และเมื่อการค้นพบนี้มาถึงหูและสายตาแฟน ๆ อนิเมะชาวไทยก็เลยกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มแฟนอนิเมะมือใหม่ที่สมัยนี้จะพบเห็นกันได้บ่อย ๆ ว่าสตูดิโออนิเมะนั้น “เผางาน” บ้าง “มักง่าย” บ้างในแบบที่เรียกว่า “ด่ากันสนุกปาก” กันจนเคยชินจนไม่รู้ว่าแซวเอาขำ ๆ หรือเอาจริงเอาจังกันแน่ แต่ก็นับเป็นสีสันที่แฟน ๆ อนิเมะบางคนก็ยกเอาทฤษเดาต่าง ๆ นา ๆ ว่าแท้จริงแล้วอนิเมะต่างโลกทั้งหมดอาจจะอยู่ในจักรวาลเดียวกันก็เป็นได้ (อย่างอนิเมะ Isekai Quartet) แต่วันนี้เราจะมาหาคำตอบที่แท้จริงไปพร้อม ๆ กันว่า…

“ทำไมฉากหลังในอนิเมะเหล่านี้ถึงได้เหมือนกันเปี๊ยบ!?”

การวาดฉากหลังนับร้อยให้กับอนิเมะนั้นนับว่าเป็นงานที่หนักหนาเอาการ และยิ่งเมื่อระยะเวลามีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ยแถมยิ่งถ้ากระชั้นชิดเดดไลน์เข้าไปทุกทีแล้ว มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับอุตสาหกรรมอนิเมะในปัจจุบันที่นักวาดภาพประกอบฉากจะนำภาพถ่ายจากสถานที่จริงเก่า ๆ มาใช้ในการอ้างอิงซ้ำ ไปจนถึงการนำภาพจากสต็อกอิมเมจกลับมาใช้ซ้ำอีกครั้งเพื่อให้งานเร็วขึ้นและสามารถปิดงานได้ทันเดดไลน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อไม่นานมานี้เองก็เคยมีการสัมภาษณ์ถึงบุคคลากรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอนิเมะในนิตยสารรายเดือนแห่งหนึ่งเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของการนำภาพถ่ายจากสถานที่จริงมาใช้ในการอ้างอิงในกระบวนการวาดภาพประกอบและฉากหลังให้กับอนิเมะ ซึ่งพวกเขาได้ให้ความเห็นว่าเป้าหมายอย่างหนึ่งของการสร้างอนิเมะนั้นคือการทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับว่าพวกเขาได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับตัวละครในฉากนั้น ๆ และการจะทำให้ผู้ชมรู้สึกเช่นนั้นได้นั้นทีมงานสร้างอนิเมะก็ต้องเป็นคนลงพื้นที่ไปถ่ายรูปเก็บภาพรายละเอียดและบรรยากาศจากสถานที่จริงมาหลาย ๆ ภาพเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการวาดฉากประกอบหนึ่งฉากขึ้นมา

อย่างไรก็ตามบุคคลากรทางด้านนี้ก็ยังชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างการถ่ายรูปด้วยตัวคุณเองกับการนำภาพของคนอื่นมาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงว่า

…มันไม่มีมาตรฐานใด ๆ ในการห้ามทำซ้ำ คัดลอก หรือลอกเลียนแบบทุก ๆ รายละเอียดในสถานที่จริงจากภาพที่นำมาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง หรือแม้กระทั่งการครอปภาพส่วนใดส่วนหนึ่งมาใช้อ้างอิงเองก็สามารถทำได้เช่นกัน และยิ่งในสมัยนี้แล้ว คุณสามารถหาภาพฟุตเทจ ภูเขา ตึกราบ้านช่อง ถนน ตรอกซอกซอย หรือแม้กระทั่งแผนที่ผังเมืองได้ง่าย ๆ จากฟากฟ้าหรือที่เรียกว่าภาพมุมสูงเนี่ย พวก Street View หรือ Google Earth อะไรเทือกนี้ก็สามารถนำมาใช้เป็นแหล่งอ้างอิงได้ดีทีเดียว แต่กระนั้นหากนักวาดไม่ได้ลงพื้นที่ไปยังสถานที่จริงด้วยตัวเอง การใช้ภาพของคนอื่นหรือการครอปภาพก็อาจจะไม่สามารถถ่ายทอดบรรยากาศของสถานที่นั้น ๆ ได้อย่างเหมาะสม…

ในบางกรณีความสมจริงที่ได้จากภาพถ่ายจากสถานที่จริงก็นับเป็นข้อเสียอย่างหนึ่ง อย่างในกรณีที่เมื่อทีมงานทำการถ่ายภาพมุมเดิมซ้ำ ๆ นั้นก็เพื่อที่จะเน้นการทำให้ภาพในฉากนั้นดูงดงามแทนที่จะเน้นที่ความสมจริง ในยุคก่อนยุคดิจิทัลทีมงานทุกคนต่างก็ประทับใจและให้ความสำคัญกับพื้นหลังที่ต้องออกมาสมจริงอย่างกับภาพถ่าย

ในขั้นตอนของกระบวนการผลิตเอง การแนบภาพถ่ายอ้างอิงไปพร้อมกับสตอรี่บอร์ดแล้วส่งต่อไปยังทีมงานและเจ้าหน้าที่ฝ่ายศิลปองค์ประกอบและผู้กำกับภาพเคลื่อนไหวนั้นก็นับว่าเป็นการประหยัดเวลาอย่างหนึ่ง เพราะพวกเขาจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาเริ่มต้นวาดองค์ประกอบหลักต่าง ๆ ในภาพประกอบด้วยตัวเองจากศูนย์ขึ้นมาเป็นภาพหนึ่ง ๆ ใหม่ทั้งหมด ซึ่งนับว่าเป็นส่วนช่วยให้ทีมงานสามารถปิดงานได้ทันเดดไลน์

กลับมาที่กรณีของอนิเมะ ‘หลานจอมปราชญ์’ ที่กำลังออกอากาศในซีซันนี้ที่มีการใช้ภาพบ้านแบบเดียวกัน และถ่ายทอดด้วยมุมภาพเดียวกันกับเรื่อง ‘ขอให้โชคดีมีชัยฯ’ หรือการใช้ภาพผังเมืองเองก็เป็นผังเมืองแบบเดียวกัน และก็ถ่ายทอดด้วยมุมภาพเดียวกันกับเรื่อง ‘ขอให้โชคดีมีชัยฯ’ และ ‘ผู้กล้าโล่ผงาด’ ด้วย ซึ่งกรณีนี้ก็ถือเป็นอีกกรณีหนึ่งที่นับว่าเป็นการนำภาพถ่ายสถานที่เดิมมาใช้เป็นภาพอ้างอิง หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือการนำภาพสต็อกอิมเมจเดิมกลับมาใช้ซ้ำอีกครั้งมากกว่า นอกจากนี้สาเหตุที่ทำให้ภาพฉากหลังของ ‘หลานจอมปราชญ์’ เป็นบ้านแบบเดียวกันกับเรื่อง ‘ขอให้โชคดีมีชัยฯ’ นั้นก็เอาจจะเป็นพราะว่าทั้งสองเรื่องมีผู้กำกับศิลปองค์ประกอบเป็นคน ๆ เดียวกันนั่นก็คือคุณ Masakazu Miyake นั่นเอง!

ในบางครั้งมันก็ถือเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ที่ผู้ชมจะสังเกตเห็นว่าทีมงานมีการใช้ทางลัดแบบอ้อม ๆ ในกระบวนวาดภาพประกอบฉากโดยเฉพาะกับการที่ทีมงานฝ่ายศิลปองค์ประกอบมีส่วนที่มาจากทีมงานเดิมจากอนิเมะเรื่องอื่น ๆ แล้วใช้ภาพสต็อกเดียวกันในอนิเมะหลาย ๆ เรื่องนั้น ซึ่งว่ากันตามตรงแล้วมันไม่นับว่าเป็นการเผางาน หรือเป็นความมักง่ายของทีมงานหรือสตูดิโออนิเมะเลยแม้แต่น้อย

สรุปแล้วกรณีแบบนี้เนี่ย…อย่าว่าแต่อนิเมะเลย แม้แต่ละคร ซีรีส์ หรือภาพยนตร์เองก็มีให้เห็นได้อยู่บ่อย ๆ เหมือนกันที่ใช้สถานที่ถ่ายทำสถานที่เดียวกัน อนิเมะเองก็จำเป็นที่จะต้องมีการถ่ายทำฉากต่าง ๆ จากสถานที่จริงเหมือนกันเพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการวาดฉากต่าง ๆ เช่นกัน ดังนั้นด้วยจากสาเหตุที่กล่าวมานั้นล้วนเป็นคำตอบที่อธิบายได้ว่ามันเป็นเทคนิคที่ทีมงานอนิเมะสามารถทำได้และมีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ แต่จะสังเกตเห็นได้อย่างแจ่มแจ้งและชัดเจนแบบกรณีนี้นั้นนับว่าหายากพอตัวเลยทีเดียว


สำหรับเรื่อง The Rising of the Shield Hero นั้นปัจจุบัน ANIPLUS Asia เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้ออกอากาศควบคู่กันกับการออกอากาศในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในประเทศไทยสามารถติดตามตอนใหม่ล่าสุดได้ทุกคืนวันพุธเวลา 22:00 น. และในรูปแบบ VOD ผ่านทาง AIS PLAY

สำหรับเรื่อง KonoSuba ปัจจุบันอนิเมะซีรีส์ทั้ง 2 ซีซันนั้นในประเทศไทยสามารถติดตามแบบถูกลิขสิทธิ์ได้ทาง Netflix
ส่วนเรื่อง Wise Man’s Grandchild ปัจจุบันในส่วนของอนิเมะนั้นยังไม่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย แต่สามารถติดตามได้ในรูปแบบไลท์โนเวลและมังงะลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์ Phoenix

©Honobu Yonezawa・KADOKAWA SHOTEN CO., LTD./The Graduates of The Classic Club of the Kamiyama High School
©SHIROBAKO Production Committee
©2019 Natsume Akatsuki, Kurone Mishima/KADOKAWA/Movie KONOSUBA Production Committee
©2019 Tsuyoshi Yoshioka, Seiji Kikuchi/KADOKAWA/Wise man’s Grandchild Partners
©2019 Aneko Yusagi/KADOKAWA/Shield Hero production committee


ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับอนิเมะลิขสิทธิ์ในประเทศไทยได้อีกมากมายที่: www.wholoveumi.com

Source: ANN, Otakomu
Images Source: SHIROBAKO, Hyouka